รายละเอียดบทความ
ชื่อเรื่อง ธุรกิจโรงเรียนแบรนด์ไทย แข่งขันอย่างไรจึงได้เปรียบ
ชื่อเรื่องรอง
ชื่อผู้แต่ง
1.ลักคณา วรศิลป์ชัย
หัวเรื่องคำสำคัญ
หัวเรื่องควบคุม
1.โรงเรียน -- การบริหาร -- ไทย
2.ธุรกิจการศึกษา -- ไทย
คำอธิบาย / บทคัดย่อ ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจโรงเรียนสำหรับเด็กเปิดตัวเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังๆของไทยและแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ต่างดาหน้าตบเท้าเข้าสู่ตลาดการศึกษาเพื่อแย่งชิงเค้กก้อนโต เช่น โรงเรียนสอนเสริมพิเศษ KUMON โรงเรียนสอนภาษา Fast English โรงเรียนสอนดนตรี KPN โรงเรียนสอนกีฬา และอื่นๆ กลุ่มเป้าหมายหลักของโรงเรียนเหล่านี้ ได้แก่ กลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี ผลกระทบของการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นของโรงเรียนแบรนด์ดังๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างประเทศสวมบทเจ้าบุญทุ่มใช้งบโฆษณาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบิลบอร์ดที่พบเห็นได้ทั่วไป และนิตยาสารปกดังๆ ที่ค่าโฆษณาแพงๆ เพื่อเข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย การทุ่มงบโฆษณาแบบนี้ย่อมส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่แบรนด์เนมไม่ดัง มีทุนน้อยต้องเร่งปรับตัว ผู้บริหารธุรกิจโรงเรียนสำหรับเด็กรานเล็กๆ ต้องหากลยุทธ์รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง เพื่อปรับตัวและหาจุดยืนในตลาดให้ได้ ส่วนท้ายของบทความนี้ได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาของผู้บริหารโรงเรียนสอนเทนนิสพีวี ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเทนนิสในร่ม และสถาบันสอนพิเศษติวเตอร์ดีดีดอทคอมซึ่งเป็นบริการสอนพิเศษที่บริการสอนถึงที่ติวถึงบ้าน ซึ่งธุรกิจทั้งสองเป็นธุรกิจแนวใหม่ที่นำแนวคิดจากต่างประเทศมาพัฒนาแล้วใส่แบรนด์ไทยๆ เพื่อสร้างจุดแตกต่างและสามารถแข่งขันกับแบรนด์เนมดังๆ โดยเน้นการบริหารแบบรักษาบริการที่มีคุณภาพแตกต่างจากคู่แข่งและควบคุมต้นทุนของตนเองให้ต่ำที่สุดตามทฤษฎีการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) ที่ Prof.Michael E. Porter ได้นำเสนอไว้
รายละเอียดวารสารเพื่อติดตามอ่านบทความฉบับเต็ม (Full Text)
ชื่อวารสาร นักบริหาร
ปีที่ 25
ฉบับที่ 2
หน้าที่ 32 - 36
ปีพิมพ์ 2548
ชื่อสำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ชื่อสำนักพิมพ์ภาษาอื่น
ISSN 0125-4960
ตำแหน่งในระบบ Link
ภาษา Thai
ติดต่อบรรณารักษ์
เพื่อยืมตัวเล่มวารสารไปถ่ายเอกสารบทความฉบับเต็ม

(บริการนี้สำหรับนักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์นเท่านั้น)